อธิบายเรื่องเอกสารสมัคร TPAT1 พร้อมเช็กลิสต์ที่น้อง ๆ ควรรู้
สรุป
TPAT1 (วิชาเฉพาะ กสพท.) คือกุญแจดอกแรกสู่คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ที่ไม่ได้วัดแค่ความรู้ แต่เน้นวัดความถนัดทางวิชาชีพ ความแม่นยำในการเตรียมเอกสารสมัคร TPAT1 ทั้งรูปถ่ายดิจิทัล สำเนาบัตรประชาชน และวุฒิการศึกษา จึงเป็นเรื่องสำคัญ การเช็กความถูกต้องและเตรียมไฟล์ให้พร้อมล่วงหน้าตามเช็กลิสต์ จะช่วยตัดปัญหาเรื่องเอกสารไม่ผ่าน ทำให้เหลือเวลาไปโฟกัสกับการติวเนื้อหาฟิสิกส์และวิชาการอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่ เพิ่มโอกาสพิชิตคณะในฝันได้ราบรื่นที่สุดTable of Content
เชื่อว่าช่วงนี้น้อง ๆ DEK69 ที่มีความฝันอยากสวมชุดกาวน์ทุกคนน่าจะกำลังง่วนอยู่กับการอ่านหนังสือและทำโจทย์ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ กันอย่างหนักหน่วง อย่างไรก็ตาม อยากให้น้อง ๆ พักเบรกสักนิด รบกวนเวลาไม่เกิน 10 นาทีมาอ่านบทความนี้ เพราะนอกจากเนื้อหาวิชาการแล้วอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การสมัครสอบ” ที่จะต้องจัดเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วน
น้อง ๆ รู้ไหมว่าในแต่ละปี มีคนเก่ง ๆ ที่เตรียมตัวมาดีมาก แต่พลาดโอกาสเข้าห้องสอบหรือต้องมานั่งแก้ปัญหาเอกสารวุ่นวายในนาทีสุดท้าย เพียงเพราะ “เตรียมเอกสารผิด” บทความนี้จึงอยากจะมาเน้นย้ำกันอีกสักรอบ ว่าในการ “สมัครสอบ TPAT1 ต้องใช้อะไรบ้าง ?” อ่านจบแล้วจะได้นำไปจัดเตรียมเอกสารตามเช็กลิสต์เหล่านี้ รับรองว่าผ่านฉลุย เตรียมตัวอ่านหนังสือหรือตะลุยติวสอบคอร์ส TPAT1 และ TGAT ได้แบบไร้กังวล
การสอบ TPAT1 คืออะไร ?
การสอบ TPAT1 (Thai Professional Aptitude Test 1) หรือที่น้อง ๆ มักเรียกติดปากว่า “วิชาเฉพาะ กสพท.” คือข้อสอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อคัดกรองคนที่มี “ความพร้อม” และ “ความเหมาะสม” ที่จะเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพสายสุขภาพโดยเฉพาะ ดังนั้น ข้อสอบนี้จึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัดว่าน้องท่องสูตรได้แม่นแค่ไหน แต่วัดว่าน้อง “คิด” และ “ตัดสินใจ” ได้เหมาะสมกับการเป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ โดยข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 3 พาร์ตหลัก ๆ ดังนี้
- เชาวน์ปัญญา : พาร์ตนี้วัดการวิเคราะห์ ตรรกะ อนุกรม มิติสัมพันธ์ และการจับใจความ ให้นึกภาพว่าหมอต้องวินิจฉัยโรคจากอาการที่ซับซ้อน การคิดอย่างเป็นระบบจึงสำคัญมาก
- จริยธรรมทางการแพทย์ : วัดทัศนคติ การตัดสินใจในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กฎหมายพื้นฐาน และจรรยาบรรณวิชาชีพ เป็นพาร์ตที่ไม่มีสูตรตายตัว แต่ต้องตอบให้ “เหมาะสม” ที่สุดในบริบทนั้น
- ความคิดเชื่อมโยง : คล้าย ๆ กับ GAT เชื่อมโยงในตำนาน วัดการจับประเด็น ความสัมพันธ์เหตุและผล การอ่านจับใจความ ซึ่งจำเป็นมากในการอ่านเคสคนไข้และงานวิจัย
ใครบ้างที่ต้องสอบสนามนี้ ?
- น้อง ๆ ม.6 รุ่นปัจจุบัน (DEK69) : ที่มีความฝันอยากเข้า คณะแพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์ และ เภสัชศาสตร์ (ในบางสถาบันที่เข้าร่วม กสพท.)
- เด็กซิ่ว : น้อง ๆ ที่จบ ม.6 ไปแล้ว หรือเคยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วอยากเปลี่ยนสายมาเรียนแพทย์
- นักเรียนเทียบวุฒิ / สายอินเตอร์ : ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า ม.6 และต้องการยื่นเข้าในระบบ TCAS รอบที่ใช้คะแนน กสพท.
เจาะลึกเอกสารที่ใช้สมัครสอบ TPAT1
มาถึงไฮไลต์สำคัญที่ทำให้น้องหลายคนตกม้าตาย เนื่องจากการสมัครสอบ กสพท. ไม่ได้สมัครผ่านระบบ myTCAS ในทันที แต่จะมีระบบรับสมัครแยกของทาง กสพท. เอง (ปกติจะอยู่ที่เว็บ cotmesadmission.com หรือตามประกาศปีนั้น ๆ) ซึ่งความเข้มงวดเรื่องเอกสารยืนยันตัวตนนั้น “เป๊ะ” มาก ๆ โดยเอกสารสมัคร TPAT1 หลัก ๆ ที่ต้องเตรียมแบ่งเป็น 3 หมวด ดังนี้
1. รูปถ่ายดิจิทัลสำหรับอัปโหลด
อันนี้สำคัญสุดและโดนตีกลับบ่อยสุด โดยรูปที่ใช้ต้องมีความเป็นทางการ เปรียบเสมือนรูปติดบัตรพนักงาน
- ลักษณะ : รูปหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ เห็นใบหน้าชัดเจน
- การแต่งกาย : ใส่ชุดนักเรียน หรือชุดสุภาพ (เสื้อเชิ้ตขาว/โปโลไม่มีลวดลาย) สำหรับเด็กซิ่วแนะนำให้ใส่ชุดนักศึกษาหรือเสื้อเชิ้ตสุภาพ หลีกเลี่ยงเสื้อยืดคอกลม
- พื้นหลัง : พื้นหลังเกลี้ยง สีขาวหรือสีฟ้า
- อายุของรูป : ต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน (หน้าตาปัจจุบันต้องใกล้เคียงกับรูป)
- ไฟล์: นามสกุล .JPG เท่านั้น และต้องเช็กขนาดไฟล์ และขนาดภาพตามที่ระเบียบการระบุเป๊ะ ๆ (เช่น กว้าง x สูง กี่พิกเซล) แนะนำว่าให้ไปถ่ายที่ร้านแล้วขอไฟล์เขามา หรือถ้าถ่ายเองต้องครอปและปรับขนาดให้เนียนที่สุด
2. สำเนาบัตรประชาชน
- ใช้ ด้านหน้า ของบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ
- ต้องถ่ายสำเนาลงบนกระดาษ A4 หรือสแกนบัตรตัวจริงแล้วนำมาจัดวางในหน้ากระดาษให้ชัดเจน
- ต้องมีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)
- สแกนกลับมาเป็นไฟล์ .JPG หรือ .PDF ตามที่ระบบกำหนด
3. เอกสารวุฒิการศึกษา
เอกสารสมัคร TPAT1 ส่วนนี้ต้องดูดี ๆ เพราะแต่ละคนใช้ไม่เหมือนกัน
- ทีม ม.6 (กำลังเรียน) : ใช้ใบรับรองที่แสดงว่าเรากำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า (มักเรียกว่า ปพ.7)
- ทีมเด็กซิ่ว (จบ ม.6 แล้ว) : ใช้ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) หรือประกาศนียบัตร (ปพ.2) ฉบับจริงที่แสดงว่าจบการศึกษาแล้ว
- ทีมเด็กมหาวิทยาลัย (ลาออกแล้ว หรือ กำลังเรียน):
- ถ้าลาออกแล้ว ต้องมีเอกสารยืนยันการลาออก (ใบพ้นสภาพนักศึกษา) คู่กับวุฒิ ม.ปลาย
- ถ้ากำลังเรียนอยู่ (ปี 1) ใช้วุฒิ ม.ปลาย สมัครได้เลย (แต่ต้องเช็กเงื่อนไขคณะว่าต้องลาออกก่อนหรือไม่)
- ถ้าเรียนอยู่เกินปี 1 อาจต้องมีขั้นตอนเรื่องการลาออกก่อนกำหนดการที่ กสพท. ระบุ

ขั้นตอนสำคัญในการเตรียมเอกสาร
นอกจากข้อมูลการสมัครสอบกสพท. ต้องใช้อะไรบ้างตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น อีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำคือขั้นตอนสำคัญในการเตรียมเอกสาร เพื่อให้น้อง ๆ ยื่นสมัครสอบได้อย่างมั่นใจ โดยมี Step-by-Step มาแนะนำให้ทำตามดังนี้
Step 1 : ช็กสถานะตัวเอง
ก่อนเตรียมเอกสารสมัคร TPAT1 น้อง ๆ ต้องตอบตัวเองให้ชัวร์ก่อนว่าปีนี้เราสมัครในฐานะอะไร ?
- สำหรับน้อง ๆ ม.6 แนะนำให้วิ่งไปห้องทะเบียนแล้วขอใบรับรอง (ปพ.7) ล่วงหน้า อย่ารอขอวันสุดท้าย เพราะครูอาจเซ็นไม่ทัน
- สำหรับน้อง ๆ เด็กซิ่ว ค้นวุฒิเดิมมาดูว่ายังอยู่ครบไหม สภาพสมบูรณ์หรือเปล่า
Step 2 : การเตรียมไฟล์
- อย่าใช้กล้องมือถือถ่ายแบบลวก ๆ ที่มีเงาพาด หรือภาพเบี้ยว ๆ ให้ใช้แอปพลิเคชันสแกนเอกสาร (เช่น CamScanner, Adobe Scan หรือ Notes ใน iPhone) เลือกโหมด Document เพื่อให้ภาพปรับเป็นมุมตรงอัตโนมัติ และพื้นหลังขาวสะอาด
- ซูมดูไฟล์ตัวเองหลังสแกนว่า ชื่อ-นามสกุล เลข 13 หลัก อ่านรู้เรื่องไหม ถ้าภาพแตก หรือเบลอ “ทำใหม่ทันที” อย่าเสี่ยงส่งไป
- ระบบ กสพท. มักรับเฉพาะ .JPG สำหรับรูปถ่าย และ .PDF หรือ .JPG สำหรับเอกสาร ให้แปลงไฟล์รอไว้เลย
Step 3 : เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
เอกสารสมัคร TPAT1 ที่เป็น “สำเนา” (บัตรประชาชน, สำเนาวุฒิการศึกษา) ต้องมีการเซ็นรับรอง
- เขียนข้อความ “สำเนาถูกต้อง”
- ลงชื่อ (ลายเซ็น) ให้ตรงกับบัตรประชาชน
- เขียนชื่อ-นามสกุล ตัวบรรจงกำกับ (ในวงเล็บ)
- ระบุวัตถุประสงค์ เช่น “ใช้สำหรับสมัครสอบ กสพท. ปี 2569 เท่านั้น” เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเราเอง
Step 4 : ตรวจสอบรอบสุดท้ายก่อนกดส่ง
ใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบกด Submit ให้เปิดไฟล์ทุกไฟล์ที่แนบไปขึ้นมาดูอีกรอบ (ย้ำว่าเปิดดูไฟล์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ดูชื่อไฟล์) เพื่อตรวจสอบรอบสุดท้ายว่าเอกสารสมัคร TPAT1 ทุกรายการถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาด
เมื่อทราบแล้วว่าการสมัครสอบกสพท.ต้องใช้อะไรบ้าง น้อง ๆ ก็สามารถเตรียมล่วงหน้าได้ ซึ่งจะช่วยลดความกังวลและทำให้มีเวลาไปโฟกัสกับการอ่านมากขึ้น และสำหรับใครที่ต้องการเสริมความมั่นใจก่อนสอบ TPAT1 โดยเฉพาะในพาร์ตเชาวน์ จริยธรรมแพทย์ และความคิดเชื่อมโยง คอร์ส TGAT/TPAT ของ Applied Physics ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ โดยคอร์สนี้จะช่วยสรุปเนื้อหาให้เข้าใจง่าย พร้อมฝึกโจทย์แบบเข้มข้นและเป็นลำดับขั้น น้อง ๆ จะเห็นภาพรวมแนวข้อสอบชัดขึ้น คิดไวขึ้น และเพิ่มคะแนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ตั้งเป้าสายแพทย์และอยากสอบให้ติดรอบที่ตั้งใจไว้
สอบถามรายละเอียดคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่
- โทร: 02-3060867, 02-3060868, 02-3060869, 085-4925599
- LINE: @appliedphysics (มี @ ด้วยนะ)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครสอบ TPAT1 (กสพท.)
Q: สมัครสอบ TPAT1 ต้องสมัครผ่านระบบ myTCAS เหมือนวิชาอื่นไหม ?
A: ไม่เหมือนวิชาอื่น นี่คือจุดที่น้อง ๆ เข้าใจผิดบ่อยที่สุด การสอบ TPAT1 (วิชาเฉพาะ กสพท.) จะมีระบบรับสมัครแยกเป็นของตัวเอง ซึ่งดูแลโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) โดยปกติจะสมัครผ่านเว็บไซต์ cotmesadmission.com (หรือตามประกาศปีนั้น ๆ) ไม่ได้สมัครรวมกับ TGAT/TPAT2-5 ในระบบ myTCAS ดังนั้นต้องติดตามข่าวสารและปฏิทินแยกกันให้ดี
Q: คะแนนสอบ TPAT1 เก็บไว้ใช้ปีหน้าได้ไหม (มีอายุ 2 ปีเหมือนวิชาอื่นหรือไม่) ?
A: ไม่ได้ คะแนนสอบวิชาเฉพาะ กสพท. (TPAT1) มีอายุการใช้งานเพียง 1 ปีเท่านั้น หมายความว่าถ้าน้อง ๆ สอบปีนี้แล้วยังไม่สอบติด หรือต้องการซิ่วไปสมัครใหม่ในปีหน้า น้อง ๆ จะต้องสมัครและเข้าสอบใหม่ทั้งหมด ไม่สามารถดึงคะแนนเดิมมาใช้ข้ามปีการศึกษาได้
Q: รูปถ่ายที่ใช้สมัคร จำเป็นต้องไปถ่ายที่ร้านถ่ายรูปเท่านั้นหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็นต้องถ่ายที่ร้าน แต่รูปต้อง "ถูกต้องตามระเบียบเป๊ะ" ถ้าน้อง ๆ สามารถถ่ายเองโดยใช้ฉากหลังสีขาว/น้ำเงิน แต่งกายสุภาพ หน้าตรง ไม่สวมหมวก/แว่นดำ และมีความคมชัดสูง (ไม่เบลอ ไม่แตก) ก็สามารถใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องการตัดต่อภาพที่ดูหลอกตา หรือไฟล์ขนาดไม่ตรงตามที่ระบบกำหนด เพราะอาจถูกตีกลับได้ แนะนำว่าถ้าไม่มั่นใจฝีมือการถ่ายและครอปรูปเอง การไปร้านถ่ายรูปจะปลอดภัยที่สุด
Q: ถ้าอัปโหลดเอกสารผิด หรือกรอกข้อมูลผิด แล้วกดยืนยัน/ชำระเงินไปแล้ว แก้ไขได้ไหม ?
A: โดยปกติถ้ายืนยันและชำระเงินแล้ว ระบบจะไม่อนุญาตให้กลับไปแก้ไขข้อมูลเอกสารสมัคร TPAT1 ได้ด้วยตัวเอง น้อง ๆ จะต้องรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ กสพท. ตามเบอร์โทรหรือช่องทางติดต่อในเว็บไซต์รับสมัครทันทีภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อทำเรื่องขอแก้ไข (ซึ่งอาจมีขั้นตอนยุ่งยาก) ดังนั้น ขอเน้นย้ำว่า "ตรวจสอบให้ชัวร์ก่อนจ่ายเงิน" เพื่อความชัวร์ที่สุด
